Habits & Behavioral Patterns · นิสัยและรูปแบบพฤติกรรม

Perfectionism กับความวิตกกังวล และทำไมมันอาจเป็นสารตั้งต้นของภาวะซึมเศร้า

นักเรียนคนหนึ่งได้คะแนนสอบเก้าสิบแปดจากร้อยคะแนน ทั้งครูและเพื่อน ๆ ต่างชื่นชมเธอยกใหญ่ แต่สิ่งที่เธอทำทันทีคือหยิบกระดาษคำตอบมาดูว่าพลาดข้อไหนไปสองคะแนน แล้วก็จมอยู่กับความรู้สึกผิดหวังในตัวเองไปตลอดทั้งวัน ทั้งที่คะแนนที่ได้นั้นสูงกว่าคนอื่นในห้องทั้งหมดแล้ว

เธอไม่ได้ไม่มีความสุขกับความสำเร็จเพราะเธอเรื่องมากหรอกนะคะ แต่เพราะในหัวของเธอ เก้าสิบแปดไม่ได้แปลว่า “เก่งมาก” แต่มันแปลว่า “ยังไม่สมบูรณ์แบบ” ต่างหาก

Perfectionism ไม่ได้มีแบบเดียว

หลายคนเข้าใจว่า Perfectionism คือการมีมาตรฐานสูงและความมุ่งมั่นที่จะทำให้ดีที่สุด ซึ่งฟังดูเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ แต่งานวิจัยของ Paul Hewitt และ Gordon Flett นักจิตวิทยาผู้ศึกษาเรื่องนี้มายาวนาน แบ่ง Perfectionism ออกเป็นสามมิติที่แตกต่างกันมากค่ะ

มิติแรกคือ Self-oriented Perfectionism หรือการตั้งมาตรฐานสูงให้กับตัวเอง มิติที่สองคือ Other-oriented Perfectionism หรือการตั้งมาตรฐานสูงให้กับคนอื่น และมิติที่สามคือ Socially Prescribed Perfectionism หรือความรู้สึกว่าคนอื่นคาดหวังความสมบูรณ์แบบจากเรา

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ Self-oriented Perfectionism สามารถเป็นได้ทั้งด้านที่สร้างสรรค์และด้านที่ทำร้ายตัวเอง ขึ้นอยู่กับว่ามาพร้อมกับการวิจารณ์ตัวเองอย่างรุนแรงหรือไม่ ในขณะที่ Socially Prescribed Perfectionism เป็นรูปแบบที่มีความสัมพันธ์กับปัญหาทางจิตใจมากที่สุด ทั้งความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และอาการทางจิตเวชอื่นๆ ด้วยค่ะ

ทำไม Perfectionism ถึงสร้างความวิตกกังวลได้ง่ายขนาดนี้

หัวใจของปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมีมาตรฐานสูงค่ะ แต่อยู่ที่วิธีคิดที่มาพร้อมกับมัน นักวิจัยอธิบายว่าคนที่มีสภาวะ Perfectionism ในรูปแบบที่เป็นปัญหา มีแนวโน้มที่จะสร้าง คาดการณ์ และขยายความรุนแรงของสถานการณ์ที่กดดันหรือความล้มเหลวมากกว่าคนทั่วไป

พูดง่ายๆ คือสมองของคนที่มีสภาวะ Perfectionism แบบนี้ไม่ได้แค่ตั้งมาตรฐานสูงเฉยๆ แต่ยังคอยจับตาดูทุกความเป็นไปได้ที่จะผิดพลาด จนต้องประเมินผลงานของตัวเองอย่างเข้มงวดตลอดเวลา และรู้สึกพึงพอใจกับผลงานที่ตนสร้างขึ้นได้น้อยเหลือเกิน แม้ในสถานการณ์ที่คนอื่นมองว่าประสบความสำเร็จแล้วก็ตาม และระบบเฝ้าระวังที่ทำงานหนักแบบนี้เองที่กลายเป็นเชื้อเพลิงให้ความวิตกกังวลเติบโตได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

มีการศึกษาที่พบว่ามิติต่างๆ ของ Perfectionism ส่งผลต่อความวิตกกังวลในทิศทางที่ต่างกันด้วยค่ะ ความสงสัยไม่แน่ใจในการกระทำของตัวเองมีความสัมพันธ์กับความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่การตั้งมาตรฐานสูงให้ตัวเองเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีความสงสัยหรือการวิจารณ์ตัวเองรุนแรงร่วมด้วย กลับสัมพันธ์กับความวิตกกังวลที่ลดลง นี่ยืนยันว่าไม่ใช่มาตรฐานสูงที่เป็นปัญหา แต่เป็นความไม่แน่ใจและการวิจารณ์ตัวเองที่มาคู่กันต่างหาก

แล้วมันเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้าอย่างไร

งานวิจัยพบว่า Self-oriented Perfectionism ทำหน้าที่เป็น Vulnerability Factor หรือปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าแบบ Unipolar อย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่มีความสัมพันธ์แบบผ่านๆ

กลไกที่อธิบายเรื่องนี้เชื่อมโยงกับสิ่งที่เคยพูดถึงในบทความก่อนหน้าเรื่อง Rumination ค่ะ เพราะ Perfectionism ที่มาพร้อมการวิจารณ์ตัวเองอย่างรุนแรงมักผลักดันให้เกิดการครุ่นคิดถึงความล้มเหลวซ้ำๆ ไม่สามารถปล่อยวางแม้ผลงานจะออกมาดีในสายตาคนอื่น และเมื่อความล้มเหลวหรือความผิดพลาดเกิดขึ้นจริง คนที่มีสภาวะ Perfectionism แบบนี้มักตีความมันในฐานะที่เป็นหลักฐานยืนยันความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเองในภาพรวม

แล้วอะไรที่ทำให้ Perfectionism ต่างจากการมีมาตรฐานสูงที่ดีต่อสุขภาพจิต

นักวิจัยแยกความแตกต่างระหว่าง Perfectionism ที่ปรับตัวได้กับที่ไม่ปรับตัวไว้ชัดเจนค่ะ แบบที่ปรับตัวได้คือการมีมาตรฐานสูงร่วมกับการวิจารณ์ตัวเองในระดับต่ำ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความสำเร็จและความพึงพอใจในชีวิตที่มากขึ้น ในขณะที่แบบที่ไม่ปรับตัวมักถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวผลลัพธ์ทางลบมากกว่าความปรารถนาจะทำให้ดี และมีความสัมพันธ์กับความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และพฤติกรรมหลีกเลี่ยงมากกว่า

คนที่มี Perfectionism แบบที่เป็นปัญหามักไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความรักในความเป็นเลิศ แต่ด้วย Fear of Failure หรือความกลัวความล้มเหลว ซึ่งทำให้ทุกความผิดพลาดถูกตีความว่าเป็นภัยคุกคามต่อคุณค่าของตัวเอง

แล้วรูปแบบนี้เปลี่ยนได้ไหม

เนื่องจาก Perfectionism ที่เป็นปัญหามักเชื่อมโยงกับความเชื่อพื้นฐานเกี่ยวกับคุณค่าของตัวเองที่ก่อตัวมาตั้งแต่วัยเด็ก การพยายามบอกตัวเองว่า “ไม่ต้องเป๊ะก็ได้” เพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอค่ะ เพราะระบบเฝ้าระวังความผิดพลาดที่ทำงานหนักเกินไปนั้นเป็นรูปแบบอัตโนมัติที่ฝังอยู่ลึกกว่าระดับความคิด

การทำงานกับความเชื่อพื้นฐานเกี่ยวกับคุณค่าตัวเองในระดับจิตใต้สำนึก อาจช่วยเปิดโอกาสให้สมองเรียนรู้ว่าคุณค่าของตัวเองไม่ต้องขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์แบบเสมอไป และความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นมนุษย์ ไม่ใช่หลักฐานของความล้มเหลวในภาพรวม คนที่มี Self-esteem แข็งแรงไม่ได้คิดว่าตัวเองไม่เคยผิดพลาด แต่พวกเขารู้ว่าความผิดพลาดไม่ได้ลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ของตัวเองค่ะ

ที่ NBRH เรามองว่า Perfectionism ที่เป็นปัญหาไม่ใช่ข้อดีที่มากเกินไปอย่างที่หลายคนเข้าใจค่ะ มันคือรูปแบบความเชื่อเกี่ยวกับคุณค่าตัวเองที่เปราะบาง ซ่อนอยู่หลังความมุ่งมั่นที่ดูน่าชื่นชม และรูปแบบที่เรียนรู้มา ก็มีความเป็นไปได้เสมอที่จะเรียนรู้ใหม่ให้เมตตาต่อตัวเองมากขึ้นค่ะ

หากอยากเข้าใจว่า Rumination และ Self-blame เชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้าอย่างไร สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ “ทำไมบางคนปล่อยวางไม่ได้ — Rumination กับโรคซึมเศร้า” และถ้าอยากรู้ว่า Self-esteem ต่ำเปลี่ยนวิธีที่สมองรับมือกับความทุกข์อย่างไร บทความ “Self-esteem ต่ำ ไม่ใช่แค่ขาดความมั่นใจ” จะช่วยให้เห็นภาพได้ชัดขึ้นค่ะ

← กลับไปหมวดนิสัยและรูปแบบพฤติกรรม
พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

เริ่มต้นด้วยการพูดคุย

หากความสมบูรณ์แบบกำลังกลายเป็นภาระที่หนักเกินไป เราพร้อมรับฟังและตอบทุกข้อสงสัยก่อนเริ่มเสมอ