Health & Mind-Body · สุขภาพกายและใจ

ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ทำไมสมองถึงสำคัญไม่แพ้ร่างกาย

มีคนไข้คนหนึ่งที่นอนไม่หลับทั้งคืนก่อนวันผ่าตัด ไม่ใช่เพราะเขากลัวจะเจ็บ แต่กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นระหว่างที่ตัวเองหมดสติ กลัวว่าจะตื่นมาแล้วทุกอย่างไม่เหมือนเดิม และกลัวภาวะแทรกซ้อนที่ไม่รู้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด

ความกลัวแบบนี้เกิดขึ้นกับคนไข้แทบทุกคนที่ต้องเข้าห้องผ่าตัดค่ะ ไม่ว่าการผ่าตัดนั้นจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหน และสิ่งที่น่าสนใจคือ สิ่งที่เกิดขึ้นในใจก่อนผ่าตัดนั้นส่งผลต่อร่างกายมากกว่าที่หลายคนคิด

ทำไมการเตรียมใจจึงสำคัญพอๆ กับการเตรียมร่างกาย?

ทีมวิจัยที่ศึกษาผู้ป่วยผ่าตัดพบสิ่งที่น่าทึ่งค่ะ สุขภาพจิตในช่วงก่อนผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติเชิงบวกหรือความรู้สึกมองโลกในแง่ดี สามารถทำนายความเจ็บปวดเฉียบพลันหลังผ่าตัดได้ และยังเป็นปัจจัยป้องกันความเจ็บปวดเรื้อรังที่อาจคงอยู่ไปนานถึงสี่เดือนหลังการผ่าตัดด้วยซ้ำ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าความคิดเชิงบวกเพียงอย่างเดียวจะกำหนดผลลัพธ์ของการผ่าตัดค่ะ แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สัมพันธ์กับการฟื้นตัว

พูดง่ายๆ คือ สภาพจิตใจก่อนเข้าห้องผ่าตัดไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความรู้สึก แต่ส่งผลต่อร่างกายจริงๆ ทั้งความเจ็บปวดที่จะตามมา ระยะเวลาฟื้นตัว และคุณภาพชีวิตหลังการผ่าตัด

นี่คือเหตุผลที่ในหลายโรงพยาบาลทั่วโลกเริ่มนำการสะกดจิตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ไม่ใช่เพื่อทดแทนการดมยาสลบหรือกระบวนการทางการแพทย์ใดๆ แต่เพื่อช่วยให้สมองและร่างกายเข้าสู่ห้องผ่าตัดในสภาวะที่พร้อมกว่าเดิม

Hypnosis ก่อนผ่าตัดทำอะไรได้บ้าง?

มีการศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยให้กลุ่มหนึ่งได้รับเซสชันสะกดจิตบำบัดสั้นๆ ก่อนผ่าตัด เทียบกับอีกกลุ่มที่ได้รับการฝึก Mindfulness ผลที่ออกมาน่าสนใจมากค่ะ กลุ่มที่ได้รับการสะกดจิตมีความอ่อนล้าหลังผ่าตัดน้อยกว่า มีความทุกข์ทางอารมณ์น้อยกว่า และที่สำคัญคือใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์น้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มคนไข้ที่มีความวิตกกังวลสูงก่อนผ่าตัด ผลที่เห็นได้ชัดยิ่งทำงานได้ดีกว่า

อีกการศึกษาหนึ่งในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดมดลูกพบว่า การพูดคุยแบบสะกดจิตในช่วงรับตัวที่โรงพยาบาลช่วยลดความวิตกกังวลทั้งก่อนและหลังผ่าตัดได้อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับการดูแลตามมาตรฐานทั่วไป

และในการศึกษาที่รวบรวมข้อมูลจากการผ่าตัดมะเร็งเต้านมหลายชิ้นมาวิเคราะห์ร่วมกัน พบว่าการสะกดจิตก่อนการดมยาสลบช่วยลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัดได้ในระดับที่มีความเชื่อมั่นปานกลาง ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีน้ำหนักพอสมควรในวงการวิจัยทางการแพทย์

ฟังดูเหมือนเวทมนตร์ แต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของสมอง

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ซับซ้อนอย่างที่คิดค่ะ เซสชันสะกดจิตก่อนผ่าตัดมักใช้เวลาไม่นาน บางครั้งเพียงไม่กี่สิบนาทีก่อนเข้าห้องผ่าตัด นักบำบัดหรือบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมจะช่วยให้คนไข้เข้าสู่สภาวะผ่อนคลายลึก พร้อมกับการชี้นำให้จิตใจจดจ่อกับความรู้สึกสงบ ความมั่นใจในร่างกายของตัวเอง และภาพของการฟื้นตัวที่ราบรื่น

สิ่งที่เกิดขึ้นคือวงจรความกลัวที่กำลังทำงานเต็มที่ในใจคนไข้เริ่มได้รับการปรับเปลี่ยน จากสภาวะเฝ้าระวังภัยสูงสุด กลายเป็นสภาวะที่ร่างกายและจิตใจรู้สึกพร้อมรับมือมากขึ้น ซึ่งนั่นส่งผลต่อเนื่องไปถึงการตอบสนองของร่างกายต่อการผ่าตัดและการฟื้นตัวในเวลาต่อมา

ในบางโครงการ มีการรวมเทคนิคการหายใจแบบ Cardiac Coherence เข้ากับการสะกดจิตทางการแพทย์ ให้คนไข้ฝึกที่บ้านต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนการผ่าตัดมะเร็ง ผลที่พบคือคนไข้ส่วนใหญ่ทำตามโปรแกรมได้ดี และในกลุ่มที่มีความวิตกกังวลรุนแรงตั้งแต่ต้น ความวิตกกังวลลดลงอย่างชัดเจนทั้งในคืนก่อนผ่าตัดและเช้าวันผ่าตัด คนไข้เกือบทั้งหมดบอกว่าอยากให้โปรแกรมแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตามปกติ

ที่ NBRH เรามองว่าการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดไม่ได้มีแค่การเตรียมร่างกาย แต่รวมถึงการเตรียมรูปแบบการตอบสนองของสมองต่อความกลัว ความเจ็บปวด และความไม่แน่นอนด้วยค่ะ เพราะเมื่อวงจรเหล่านี้สงบลง ผู้รับบริการหลายคนจะเข้าสู่วันผ่าตัดด้วยความรู้สึกมั่นคงมากขึ้น

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ

Hypnosis ก่อนผ่าตัดไม่ได้มาแทนที่กระบวนการทางการแพทย์ใดๆ เลยค่ะ ไม่ได้แทนยาสลบ ไม่ได้แทนการดูแลของวิสัญญีแพทย์ และไม่ได้รับประกันว่าการผ่าตัดจะไม่มีความเสี่ยง สิ่งที่มันทำคือการเตรียมสมองและจิตใจให้พร้อมกว่าเดิมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ ซึ่งจากหลักฐานที่มีอยู่ ดูเหมือนจะส่งผลดีต่อทั้งประสบการณ์ระหว่างทางและการฟื้นตัวหลังจากนั้น

ไม่ใช่ทุกโรงพยาบาลที่มีบริการนี้ และไม่ใช่ทุกคนที่จะตอบสนองในระดับเดียวกัน แต่สำหรับคนที่กำลังนอนไม่หลับเพราะกังวลก่อนวันผ่าตัด อย่างน้อยก็รู้ไว้ว่ามีทางเลือกที่ทำงานกับสมองเช่นเดียวกับที่ทำงานกับร่างกาย

หากอยากเข้าใจว่าความกลัวและความวิตกกังวลก่อตัวขึ้นในสมองอย่างไร สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ “ฉันวิตกกังวลหรือแค่รอบคอบ” และถ้าอยากรู้ว่าหลักการ “ยิ่งสนใจ มันก็ยิ่งเจ็บ” เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดทางกายอย่างไร บทความ “ยิ่งสนใจ มันก็ยิ่งเจ็บ” จะช่วยให้เห็นภาพได้ชัดขึ้นค่ะ

← กลับไปหมวดสุขภาพกายและใจ
พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

เริ่มต้นด้วยการพูดคุย

หากคุณกำลังกังวลกับการผ่าตัดที่ใกล้เข้ามา เราพร้อมรับฟังและตอบทุกข้อสงสัยก่อนเริ่มเสมอ