Hypnosis · สะกดจิตบำบัด

จากอาจารย์ผู้ถูกขับออก ถึงห้องแล็บที่ Stanford — ประวัติการสะกดจิตที่ไม่มีใครเล่าให้ฟัง

มีคนถามบ่อยมากว่า “การสะกดจิตมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” คำถามนั้นฟังดูเรียบง่าย แต่คำตอบนั้นพาไปไกลกว่าที่คิดค่ะ เพราะประวัติของการสะกดจิตไม่ใช่แค่เรื่องของเทคนิคหรือวิธีการ แต่เป็นเรื่องของความพยายามหลายร้อยปีที่มนุษย์พยายามทำความเข้าใจว่า จิตใจของเราทำงานอย่างไร และเราสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ไหม

และเส้นทางนั้นไม่ได้ราบเรียบเลยค่ะ


Franz Mesmer และความคิดที่ถูกปฏิเสธ — แต่ไม่หายไปไหน

เรื่องเริ่มต้นในคืนหนึ่งของปลายศตวรรษที่ 18 ที่ห้องรักษาของ Franz Anton Mesmer แพทย์ชาวเยอรมันผู้เชื่อว่ามีพลังงานล่องหนบางอย่างที่เขาเรียกว่า “animal magnetism” ไหลอยู่ในร่างกายมนุษย์ทุกคน และถ้าพลังนั้นเสียสมดุล ก็จะทำให้เกิดโรคภัยต่างๆ ตามมา วิธีรักษาของเขาแปลกประหลาดมากในสายตาคนร่วมยุค เขาใช้แม่เหล็ก ใช้มือ ใช้การจ้องตา เพื่อ “ส่ง” พลังงานเข้าร่างกายคนไข้ และคนไข้หลายคนก็อาการดีขึ้นจริงๆ

แต่สุดท้าย Mesmer ก็ถูกคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ที่ตั้งโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ตัดสินว่าทฤษฎีของเขาไม่มีมูลทางวิทยาศาสตร์ และถูกขับออกจากวงการแพทย์

แต่สิ่งที่น่าคิดคือ คนไข้ของเขาหายจริงค่ะ แม้เหตุผลที่ Mesmer อธิบายจะผิด แต่กลไกที่เกิดขึ้นในสมองของคนไข้นั้นมีอยู่จริง เพียงแต่ยังไม่มีใครอธิบายได้ในตอนนั้น


James Braid และการเปลี่ยนชื่อที่เปลี่ยนโลก

ราวกลางศตวรรษที่ 19 James Braid ศัลยแพทย์ชาวสก็อตผู้ไม่เชื่อเรื่อง animal magnetism เลยแม้แต่น้อย ได้ศึกษาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในตัวคนไข้อย่างจริงจัง เขาพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากพลังลึกลับ แต่มาจากการที่ความสนใจถูกดึงไปโฟกัสอยู่ที่จุดเดียวจนจิตใจเข้าสู่สภาวะพิเศษ

เขาจึงตั้งชื่อปรากฏการณ์นี้ว่า “Hypnotism” จากคำกรีก Hypnos ที่แปลว่าการนอนหลับ และตีพิมพ์งานของเขาในชื่อ Neurypnology ในปี 1843 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่การสะกดจิตถูกอธิบายในกรอบของจิตวิทยา ไม่ใช่ไสยศาสตร์ค่ะ

Braid คือคนที่เปลี่ยนการสะกดจิตจากการแสดงโชว์ให้กลายเป็นศาสตร์ที่ศึกษาได้


Milton Erickson และการสะกดจิตที่ฟังเหมือนการพูดคุย

ถ้าจะมีชื่อหนึ่งที่เปลี่ยน Hypnotherapy ในศตวรรษที่ 20 อย่างสิ้นเชิง ชื่อนั้นคือ Milton H. Erickson จิตแพทย์ชาวอเมริกันที่เติบโตมากับร่างกายที่เจ็บป่วยตั้งแต่เด็ก และใช้การสังเกตตัวเองในช่วงเวลานั้นสร้างความเข้าใจเรื่องจิตใจที่ลึกมากผิดปกติ

สิ่งที่ Erickson ทำต่างออกไปจากทุกคนก่อนหน้าคือ เขาไม่ได้ให้คำสั่งตรงๆ แต่ใช้ภาษา อุปมา และการเล่าเรื่อง เพื่อพูดกับจิตใต้สำนึกของคนไข้โดยอ้อม เขาเชื่อว่าทุกคนมีทรัพยากรภายในที่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว หน้าที่ของนักบำบัดคือช่วยให้เข้าถึงทรัพยากรนั้นได้ ไม่ใช่การสั่งหรือบังคับค่ะ

แนวทางของเขากลายเป็นรากฐานของ Ericksonian Hypnosis และต่อมายังมีอิทธิพลสำคัญต่อการพัฒนา NLP หรือ Neuro-Linguistic Programming อีกด้วย


จากห้องรักษาสู่เครื่อง fMRI

การศึกษาด้านประสาทวิทยาในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาพาการสะกดจิตก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างสมบูรณ์ค่ะ โดยเฉพาะงานวิจัยของ Dr. David Spiegel จาก Stanford University ที่ใช้เครื่อง fMRI ถ่ายภาพสมองขณะอยู่ในสภาวะสะกดจิตจริงๆ และพบการเปลี่ยนแปลงที่วัดได้จริงในหลายส่วนของสมอง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราสามารถ “มองเห็น” ได้ด้วยตาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองระหว่างการสะกดจิตนั้นไม่ใช่การแสร้งทำ แต่เป็นกระบวนการทางชีววิทยาจริงๆ

ปัจจุบัน ทั้ง British Medical Association และ American Medical Association ต่างให้การรับรอง Hypnotherapy ว่าเป็นแนวทางการรักษาที่มีหลักฐานรองรับ และถูกนำไปใช้ในการจัดการความเจ็บปวด ความวิตกกังวล และการปรับเปลี่ยนวงจรการตอบสนองที่ไม่เป็นประโยชน์อย่างแพร่หลายค่ะ


เส้นทางจาก Mesmer ถึง Neuroscience ใช้เวลากว่าสองร้อยปี แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ คำถามตรงกลางนั้นยังเป็นคำถามเดิมตลอดเวลาค่ะ นั่นคือ ทำไมมนุษย์ถึงเปลี่ยนแปลงได้ยากขนาดนี้ และมีวิธีไหนที่ช่วยให้กลไกอัตโนมัติในสมองเปิดรับสิ่งใหม่ได้บ้าง

และคำตอบที่วิทยาศาสตร์กำลังชี้ไปนั้นสอดคล้องกับสิ่งที่นักบำบัดตลอดหลายร้อยปีสังเกตเห็นมาตลอดค่ะ นั่นคือเมื่อสมองอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม พิมพ์เขียวของพฤติกรรมที่เคยฝังแน่นก็สามารถเริ่มเปลี่ยนได้ และนั่นคือพื้นฐานของสิ่งที่ NBRH เรียกว่า Neuro-Behavioral Repatterning & Hypnotherapy ค่ะ

ไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่เป็นแนวคิดที่วิทยาศาสตร์กำลังพิสูจน์ให้ชัดขึ้นทุกวัน

หากอยากเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองระหว่างการสะกดจิตนั้นเป็นอย่างไรในเชิงวิทยาศาสตร์ สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ “การสะกดจิตบำบัดทำงานกับสมองอย่างไร” และถ้าอยากรู้ว่างานวิจัยในยุคปัจจุบันพูดถึงประสิทธิภาพของ Hypnotherapy ไว้อย่างไร บทความ “จากความเชื่อสู่หลักฐาน: งานวิจัยเกี่ยวกับ Hypnotherapy” จะพาไปดูตัวเลขและข้อมูลที่น่าสนใจค่ะ

← กลับไปหมวดสะกดจิตบำบัด
พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

เริ่มต้นด้วยการพูดคุย

หากคุณอยากรู้ว่าการสะกดจิตบำบัดในแบบที่มีหลักฐานรองรับจะช่วยเรื่องของคุณได้อย่างไร เราพร้อมรับฟังและตอบทุกข้อสงสัยก่อนเริ่มเสมอ