การสะกดจิตบำบัดทำงานกับสมองอย่างไร — ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นวิทยาศาสตร์
ถ้าพูดถึงการสะกดจิต หลายคนนึกภาพนักสะกดจิตแกว่งลูกตุ้มไปมาแล้วพูดว่า “คุณกำลังง่วงนอน…” แล้วคนตรงหน้าก็ค่อยๆ หลับตาลงอย่างเชื่องช้า ภาพนั้นดูลึกลับ ดูเหมือนมีพลังบางอย่างที่อธิบายไม่ได้กำลังทำงานอยู่
แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในสมองระหว่างการสะกดจิตบำบัดนั้นอธิบายได้ค่ะ และยิ่งเข้าใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นว่ามันน่าสนใจกว่าเวทมนตร์เสียอีก
สมองของเรามีโครงสร้างการทำงานที่ซับซ้อนมาก แต่ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ลองนึกถึงบ้านสองชั้นค่ะ ชั้นบนคือ จิตสำนึก ที่เราใช้คิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ มีเหตุมีผล ส่วนชั้นล่างคือ จิตใต้สำนึก ที่เก็บรักษารูปแบบ (Patterns) ทั้งหมดที่สมองสร้างขึ้นตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อเกี่ยวกับตัวเอง นิสัย ความกลัว หรือวิธีที่เราตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ โดยอัตโนมัติ
ปัญหาคือชั้นบนและชั้นล่างไม่ได้คุยกันง่ายๆ ค่ะ
ในวงการสะกดจิต มักใช้อธิบายแนวคิดที่เรียกว่า Critical Faculty ซึ่งเปรียบเสมือน “ยาม” ที่คอยคัดกรองข้อมูลระหว่างจิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกค่ะ โดยปกติยามคนนี้ทำงานดีมาก เพราะป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์เข้าไปฝังในจิตใต้สำนึก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้การเปลี่ยนรูปแบบเดิมที่ฝังลึกอยู่แล้วเป็นเรื่องยากมากด้วยเช่นกัน
นี่คือเหตุผลที่บางคนรู้ดีว่าตัวเองไม่ควรกลัวการพูดในที่สาธารณะ แต่ก็ยังกลัวอยู่ดีทุกครั้ง รู้ดีว่าไม่ควรโกรธแบบนั้น แต่ก็ยังโกรธแบบเดิมซ้ำๆ เพราะจิตสำนึกรู้ แต่รูปแบบในจิตใต้สำนึกยังไม่เปลี่ยนค่ะ
สิ่งที่การสะกดจิตบำบัดทำคือช่วยให้ยามคนนี้ผ่อนคลายลงชั่วคราว เมื่อยามผ่อนคลาย ประตูระหว่างจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกก็เปิดกว้างขึ้น นักบำบัดจึงสามารถส่งข้อมูลชุดใหม่เข้าไปถึงชั้นล่างได้โดยตรง ไม่ต้องวนเวียนอยู่แค่ชั้นบนอย่างที่การพูดคุยทั่วไปมักทำได้
งานวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่าในระหว่างการสะกดจิต คลื่นสมองจะเปลี่ยนจากคลื่น Beta ซึ่งเป็นโหมดตื่นตัวและวิเคราะห์ ไปสู่คลื่น Alpha และ Theta ซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้อต่อการผ่อนคลาย การจดจ่อ และการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ไม่ต่างอะไรกับสภาวะก่อนนอนที่เราเคยมีความคิดหรือความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นคือจังหวะที่จิตใต้สำนึกกำลังทำงานอย่างเปิดเผยที่สุดค่ะ
กระบวนการนี้คือหัวใจของสิ่งที่ NBRH เรียกว่า Neuro-Behavioral Repatterning & Hypnotherapy หรือการเขียนรูปแบบใหม่ให้กับสมองและพฤติกรรม ไม่ใช่การลบความทรงจำ ไม่ใช่การควบคุมจิตใจ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้สมองได้เรียนรู้วิธีตอบสนองต่อสิ่งเดิมในแบบที่ต่างออกไป
เหมือนการอัปเดตซอฟต์แวร์ค่ะ ตัวเครื่องยังเป็นเครื่องเดิม แต่โปรแกรมที่รันอยู่ข้างในเริ่มทำงานได้ดีขึ้น
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงผ่าน Hypnotherapy ไม่รู้สึกฝืน เพราะมันไม่ได้เกิดจากการบังคับตัวเอง แต่เกิดจากการที่รูปแบบในจิตใต้สำนึกเริ่มทำงานต่างออกไปจริงๆ เมื่อรูปแบบเปลี่ยน พฤติกรรมและความรู้สึกก็เปลี่ยนตามอย่างเป็นธรรมชาติ และนั่นคือความหมายของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่รู้สึกดีชั่วคราวแล้วกลับมาเป็นเหมือนเดิมค่ะ
เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการพยายามมากขึ้น แต่เกิดจากการที่สมองเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกับตนเอง
เริ่มต้นด้วยการพูดคุย
หากคุณอยากรู้ว่าการสะกดจิตบำบัดและ Neuro-Behavioral Repatterning & Hypnotherapy จะช่วยเรื่องของคุณได้อย่างไร เราพร้อมรับฟังและตอบทุกข้อสงสัยก่อนเริ่มเสมอ