Hypnosis · สะกดจิตบำบัด

วิทยาศาสตร์บอกว่าอะไร — จากความเชื่อสู่หลักฐาน: งานวิจัยเกี่ยวกับ Hypnotherapy

ถ้ามีคนบอกว่า “การสะกดจิตได้ผลจริงนะ” หลายคนคงทำหน้าแบบไม่แน่ใจ แล้วก็นึกในใจว่า “มันเป็นแค่ความเชื่อส่วนตัวรึเปล่า?” ซึ่งคำถามนี้สมเหตุสมผลมากค่ะ เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลและการอ้างสรรพคุณเกินจริง การถามหาหลักฐานคือสิ่งที่ควรทำ

และหลักฐานนั้นมีอยู่จริงค่ะ

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ นักจิตวิทยา และแพทย์จากสถาบันชั้นนำทั่วโลกต่างหันมาศึกษาการสะกดจิตบำบัดอย่างจริงจัง ผลที่ได้ออกมาไม่ใช่แค่ความเห็นหรือประสบการณ์ส่วนตัว แต่เป็นข้อมูลจากการทดลองที่มีการควบคุมตัวแปร มีกลุ่มเปรียบเทียบ และผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญในวงการค่ะ

งานวิจัยที่ 1 — เมื่อ Stanford ส่องเข้าไปในสมองระหว่างสะกดจิต

ในปี 2016 ทีมวิจัยจาก Stanford University School of Medicine นำโดย Dr. David Spiegel ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในระดับนี้ นั่นคือการนำผู้เข้าร่วมวิจัยเข้าเครื่อง fMRI แล้วถ่ายภาพสมองขณะที่พวกเขาอยู่ในสภาวะสะกดจิตจริงๆ ผลที่ได้ตีพิมพ์ในวารสาร Cerebral Cortex และสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการวิทยาศาสตร์อย่างมากค่ะ

สิ่งที่ค้นพบคือขณะอยู่ในสภาวะสะกดจิต สมองของผู้ที่ตอบสนองต่อการสะกดจิตได้ดีแสดงการเปลี่ยนแปลงที่วัดได้จริง 3 อย่าง ได้แก่ การลดลงของกิจกรรมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความกังวลและการเฝ้าระวัง การเชื่อมต่อที่แน่นขึ้นระหว่างส่วนที่ควบคุมการตัดสินใจและส่วนที่รับรู้ความรู้สึกในร่างกาย และการลดลงของการเชื่อมต่อระหว่างการคิดและการรู้ตัวตัวเอง ซึ่งทำให้ผู้รับการสะกดจิตสามารถเปลี่ยนรูปแบบการรับรู้ได้โดยไม่ต้องฝืนค่ะ

Dr. Spiegel กล่าวไว้ว่า การสะกดจิตเป็นวิธีที่ทรงพลังมากในการเปลี่ยนวิธีที่เราใช้จิตใจควบคุมการรับรู้และร่างกายของเราเอง

งานวิจัยที่ 2 — Meta-analysis 17 งานวิจัย เรื่องความวิตกกังวล

ความวิตกกังวลเป็นหนึ่งในปัญหาที่ผู้คนมาขอรับบริการสะกดจิตบำบัดมากที่สุดค่ะ และในปี 2019 วารสาร International Journal of Clinical and Experimental Hypnosis ได้ตีพิมพ์ผลการรวบรวมและวิเคราะห์งานวิจัย 17 ชิ้น ซึ่งครอบคลุมการทดลองทางคลินิก 17 ชุด พบว่าผู้ที่ได้รับการสะกดจิตบำบัดมีระดับความวิตกกังวลลดลงมากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับถึง 79% และเมื่อติดตามผลในระยะยาว ผู้ที่ผ่านการสะกดจิตบำบัดยังคงมีผลลัพธ์ที่ดีกว่ากลุ่มควบคุมถึง 84%

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าการสะกดจิตบำบัดได้ผล 100% กับทุกคนนะคะ แต่มันบอกว่ามันได้ผลมากพอที่จะวัดและพิสูจน์ได้ค่ะ

งานวิจัยที่ 3 — การสะกดจิตกับอาการลำไส้แปรปรวน (IBS)

นี่อาจเป็นงานวิจัยที่น่าแปลกใจที่สุดสำหรับหลายคนค่ะ เพราะเราไม่ได้นึกว่าการสะกดจิตจะเกี่ยวข้องกับอาการทางกายอย่างโรค IBS แต่การทบทวนงานวิจัยแบบ Systematic Review และ Meta-analysis ที่รวบรวม 16 การทดลองแบบ Randomized Controlled Trials พบว่า 40–81% ของผู้รับการบำบัดด้วย Gut-directed Hypnotherapy มีอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสิ่งที่น่าสนใจคือผลดีนั้นยังคงอยู่หลังติดตามผลอีกหนึ่งปีค่ะ

นอกจากนี้ปัจจุบัน American College of Gastroenterology และ British Society of Gastroenterology ต่างรับรองการสะกดจิตบำบัดแบบ Gut-directed Hypnotherapy ว่าเป็นแนวทางที่มีหลักฐานรองรับสำหรับผู้ป่วย IBS ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแนวแรกด้วยค่ะ

งานวิจัยที่ 4 — 85 การทดลอง เรื่องการจัดการความเจ็บปวด

ในปี 2019 มีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองควบคุม 85 ชุด ครอบคลุมผู้เข้าร่วมกว่า 3,600 คน เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการสะกดจิตในการจัดการความเจ็บปวด ผลสรุปที่ตีพิมพ์คือการสะกดจิตเป็นทางเลือกที่ทั้งปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มที่ตอบสนองดีต่อการสะกดจิตมีระดับความเจ็บปวดลดลงถึง 42% และแม้กลุ่มที่ตอบสนองปานกลางก็ยังลดลงได้ถึง 29% ซึ่งเทียบเท่าหรือดีกว่าการรักษาแนวทางอื่นๆ หลายชนิดค่ะ

ทั้งนี้สิ่งที่งานวิจัยทั้งหมดนี้พูดตรงกันคือ การสะกดจิตบำบัดไม่ได้ทำงานผ่านความเชื่อหรือความบังเอิญ แต่ทำงานผ่านกลไกที่สมองและระบบประสาทตอบสนองต่อสภาวะที่สร้างขึ้นในระหว่างกระบวนการ เมื่อสมองอยู่ในสภาวะที่เอื้อต่อการเรียนรู้รูปแบบใหม่ รูปแบบ (Patterns) ที่เคยฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง และนั่นคือพื้นฐานของสิ่งที่ NBRH เรียกว่า Neuro-Behavioral Repatterning & Hypnotherapy ค่ะ

การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการพยายามซ้ำๆ ในระดับจิตสำนึก แต่เกิดจากการที่รูปแบบในระดับลึกกว่านั้นเริ่มทำงานต่างออกไป และนั่นคือสิ่งที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์กำลังบอกเราค่ะ

หากอยากเข้าใจว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นในสมองระหว่างการสะกดจิตนั้นเป็นอย่างไรในเชิงลึกขึ้น สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ “การสะกดจิตบำบัดทำงานกับสมองอย่างไร” จะช่วยให้ภาพชัดขึ้นค่ะ

← กลับไปหมวดสะกดจิตบำบัด
พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

เริ่มต้นด้วยการพูดคุย

หากคุณอยากรู้ว่าการสะกดจิตบำบัดที่มีหลักฐานรองรับจะช่วยเรื่องของคุณได้อย่างไร เราพร้อมรับฟังและตอบทุกข้อสงสัยก่อนเริ่มเสมอ