Relationships & Attachment · ความสัมพันธ์ & ความผูกพัน

ทำไมบางคนยิ่งรัก ยิ่งถอยหนี — Avoidant Attachment

ความสัมพันธ์กำลังไปได้ดี เขารู้สึกใกล้ชิดกับเธอมากขึ้นทุกวัน จนวันหนึ่งเธอพูดขึ้นมาว่า “เธอว่าอนาคตของเราจะเป็นยังไง” แค่ประโยคนั้น เขากลับรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก จนต้องหาเรื่องเปลี่ยนเรื่องคุยในทันที

คืนนั้นเขานอนไม่หลับเพราะกลัวว่าความสัมพันธ์นี้จะ “แนบแน่น” เกินไป เขาเริ่มนึกถึงข้อเสียของเธอที่ไม่เคยสนใจมาก่อน เริ่มหาเวลาว่างเพื่ออยู่คนเดียวมากขึ้น และเมื่อเธอโทรมาถามว่าเป็นอะไรไป เขาก็ตอบว่า “ไม่มีอะไร เดี๋ยวโทรกลับนะ” แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆ

สิ่งที่น่าสนใจคือเขาไม่ได้ไม่รักเธอหรอกนะคะ ตรงกันข้าม เขารักเธอมากพอที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกอึดอัด จนกลายเป็นความสับสนที่มีต่อตัวเองในใจ

Avoidant Attachment คืออะไร

รูปแบบนี้เรียกว่า Avoidant Attachment หรือความผูกพันแบบหลีกเลี่ยงค่ะ ซึ่งตรงข้ามกับ Anxious Attachment ที่โหยหาความใกล้ชิด คนที่มี Avoidant Attachment มีแนวโน้มที่จะรักษาระยะห่างทางอารมณ์และให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระมากเป็นพิเศษ

จุดที่น่าสนใจคือ นักวิจัยพบว่าคนกลุ่มนี้มักมีมุมมองที่ค่อนข้างดีต่อตัวเอง แต่มีมุมมองที่ไม่ค่อยไว้วางใจต่อคนอื่น มองว่าคนอื่นไม่น่าเชื่อถือหรือพึ่งพาไม่ได้ ในขณะที่มองว่าตัวเองเป็นอิสระ มีความสามารถ และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร

Avoidant Attachment มักก่อตัวขึ้นเมื่อผู้เลี้ยงดูในวัยเด็กตอบสนองต่อความต้องการทางอารมณ์อย่างเย็นชาหรือปฏิเสธอย่างสม่ำเสมอ เด็กจึงเรียนรู้ว่าการแสดงความต้องการหรือความทุกข์ออกไปไม่ได้ช่วยอะไร บางครั้งกลับถูกปฏิเสธซ้ำ ทางออกที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนั้นคือการหยุดแสดงความต้องการเหล่านั้นออกมา และเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตัวเองเพียงลำพัง

ทำไมความใกล้ชิดถึงรู้สึกเหมือนภัยคุกคาม

นักวิจัยด้านความผูกพันอธิบายกลไกที่คนกลุ่มนี้ใช้ว่า Deactivating Strategies หรือกลยุทธ์การปิดสวิตช์ความผูกพันค่ะ เมื่อความต้องการที่จะใกล้ชิดถูกกระตุ้นขึ้นมา แต่การแสดงออกอาจนำไปสู่ความรู้สึกอึดอัดหรือถูกกลืนกิน ระบบประสาทจะตอบสนองด้วยการลดความสำคัญของความสัมพันธ์นั้นลง เบี่ยงความสนใจไปที่ข้อเสียของอีกฝ่าย หรือสร้างระยะห่างทั้งทางกายและทางอารมณ์

มีงานวิจัยที่ใช้เทคโนโลยีติดตามการเคลื่อนไหวของสายตาศึกษาคนที่มีสภาวะ Avoidant Attachment และพบสิ่งที่น่าสนใจมากค่ะ เมื่อให้ผู้เข้ารับการทดลองดูภาพที่เกี่ยวข้องกับความอบอุ่นและความผูกพัน คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มใช้กลยุทธ์การเบี่ยงความสนใจออกจากภาพเหล่านั้น ซึ่งบ่งบอกว่าสมองของพวกเขาประมวลผลสิ่งเร้าที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ใกล้ชิดในลักษณะที่เหมือนเป็นภัยคุกคาม ไม่ใช่สิ่งที่น่าดึงดูดอย่างที่คนทั่วไปรู้สึก

พูดง่ายๆ คือสำหรับคนกลุ่มนี้ ความใกล้ชิดไม่ได้รู้สึกเหมือนความอบอุ่นค่ะ มันรู้สึกเหมือนการถูกจำกัดหรือถูกกลืนกิน และระบบประสาทจึงตอบสนองแบบเดียวกับที่มันตอบสนองต่อภัยอันตรายอื่นๆ นั่นคือการถอยห่าง

เมื่อการถอยหนีทำร้ายทั้งตัวเองและคนที่รัก

ความย้อนแย้งของ Avoidant Attachment คือ คนกลุ่มนี้มักปรารถนาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งไม่ต่างจากคนอื่นค่ะ เพียงแต่ทุกครั้งที่ความสัมพันธ์เริ่มลึกซึ้งขึ้นจริงๆ กลไกการถอยหนีก็จะเริ่มทำงานโดยที่พวกเขาเองก็ไม่รู้ตัวทุกครั้งไป

พฤติกรรมแบบนี้มักสร้างความสับสนและความเจ็บปวดให้กับอีกฝ่ายอย่างมาก เพราะดูเหมือนถูกผลักออกไปโดยไม่มีเหตุผล ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับความรักที่มีต่ออีกฝ่ายเลย แต่เป็นระบบป้องกันตัวที่ทำงานอัตโนมัติเมื่อความใกล้ชิดแตะระดับที่รู้สึกว่าเสี่ยงเกินไป

และสำหรับคนที่ Avoidant เอง ผลลัพธ์ก็มักจบลงด้วยความเหงาที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจจะเลือก เพราะกลยุทธ์ที่ใช้ปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวด กลับเป็นสิ่งเดียวกันที่ปิดกั้นพวกเขาจากความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่พวกเขาอาจปรารถนาอยู่ลึกๆ

แล้ว Avoidant Attachment เปลี่ยนได้ไหม

งานวิจัยเรื่อง Earned Security ที่เคยพูดถึงในบทความก่อนหน้าใช้ได้กับ Avoidant Attachment เช่นกันค่ะ แต่นักวิจัยที่ทำงานกับกลุ่มนี้มักเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ควรเร่งความใกล้ชิดเร็วเกินไป เพราะระบบประสาทที่คุ้นเคยกับการรักษาระยะห่างต้องการเวลาในการเรียนรู้ว่าความใกล้ชิดไม่ได้อันตรายอย่างที่เคยเป็น

เนื่องจากกลยุทธ์การถอยหนีเป็นสิ่งที่ทำงานโดยอัตโนมัติในระดับระบบประสาท ไม่ใช่การเลือกอย่างมีเหตุผล การพยายามฝืนให้ตัวเองใกล้ชิดมากขึ้นด้วยความตั้งใจเพียงอย่างเดียวมักไม่ยั่งยืน นี่คือจุดที่ Hypnotherapy หรือการสะกดจิตบำบัดอาจเข้ามาช่วยได้ค่ะ เพราะการทำงานกับความเชื่อที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกว่า “ความใกล้ชิดเท่ากับอันตราย” อาจช่วยให้ระบบประสาทเรียนรู้ที่จะแยกแยะระหว่างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยจริงๆ กับความทรงจำเก่าที่เคยทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย โดยไม่ต้องฝืนความรู้สึกหรือเร่งกระบวนการที่ธรรมชาติต้องใช้เวลา

ที่ NBRH เรามองว่าการถอยหนีจากความใกล้ชิดไม่ใช่สัญญาณว่าไม่รักหรือเย็นชาค่ะ มันคือระบบป้องกันตัวที่เคยจำเป็นในวัยเด็ก และยังทำงานต่อไปแม้จะไม่จำเป็นแล้วในปัจจุบัน รูปแบบที่เรียนรู้มา ก็มีความเป็นไปได้เสมอที่จะเรียนรู้ใหม่ให้ความใกล้ชิดรู้สึกปลอดภัยมากกว่าน่ากลัว

หากอยากเข้าใจว่า Anxious Attachment ทำให้บางคนยิ่งรัก ยิ่งกลัวถูกทิ้งอย่างไร สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ Anxious Attachment คืออะไร — ทำไมบางคนยิ่งรัก ยิ่งกลัวถูกทิ้ง และถ้าอยากรู้ว่า Childhood Schema เชื่อมโยงกับความสัมพันธ์ในวัยผู้ใหญ่อย่างไร บทความ Childhood Schema กับความสัมพันธ์ในวัยผู้ใหญ่ จะช่วยให้เห็นภาพได้ชัดขึ้นค่ะ

← กลับไปหมวดความสัมพันธ์ & ความผูกพัน
พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

เริ่มต้นด้วยการพูดคุย

หากคุณพบว่าตัวเองถอยห่างทุกครั้งที่ความสัมพันธ์เริ่มลึกซึ้ง เราพร้อมรับฟังและตอบทุกข้อสงสัยก่อนเริ่มเสมอ