Anxiety & Trauma · ความวิตกกังวล & บาดแผลทางใจ

กลัวทั้งที่รู้ว่าไม่มีเหตุผล — ว่าด้วยโฟเบียและทำไมการ “บอกตัวเองว่าไม่ต้องกลัว” ถึงไม่เคยได้ผล

บางคนกลัวลิฟต์มากจนต้องเดินขึ้นบันไดทุกวัน แม้จะทำงานอยู่ชั้นที่ยี่สิบสามก็ตาม บางคนกลัวนกพิราบจนเดินอ้อมทางไกลทุกครั้งที่เจอ และบางคนกลัวการเจาะเลือดมากจนหลีกเลี่ยงการตรวจสุขภาพมาหลายปีแล้วทั้งที่รู้ว่าควรไป

ถามว่าพวกเขารู้ไหมว่าสิ่งที่กลัวนั้นไม่ได้อันตราย?
รู้ค่ะ รู้ทุกคน แต่ถึงจะรู้ก็ยังกลัวอยู่ดี

และนั่นคือสิ่งที่ทำให้โฟเบียต่างจากความกลัวทั่วไปค่ะ

โฟเบียคืออะไร และทำไมมันถึงหยุดยาก?

โฟเบีย (Phobia) คือความกลัวที่รุนแรงและไม่สมเหตุสมผลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติและมีความรุนแรงมากพอที่จะรบกวนการใช้ชีวิตค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ เช่น ที่แคบ ที่สูง หรือที่โล่ง สัตว์ เช่น แมลง งู หรือสุนัข หรือสถานการณ์ เช่น การพูดต่อหน้าคน การบิน หรือการพบแพทย์

สิ่งที่เกิดขึ้นในสมองเมื่อเผชิญกับสิ่งที่กลัวนั้นเกิดเร็วมากจนจิตสำนึกตามไม่ทันค่ะ อะมิกดาลา (Amygdala) ซึ่งเป็นส่วนของสมองที่ทำหน้าที่ประมวลผลความกลัวจะส่งสัญญาณเตือนภัยก่อนที่ส่วนที่คิดวิเคราะห์จะมีโอกาสได้ประเมินสถานการณ์เลย หัวใจเต้นเร็ว มือสั่น เหงื่อออก ขาอ่อนแรง ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการบอกตัวเองว่า “ไม่ต้องกลัว มันไม่อันตราย” ถึงไม่ค่อยได้ผลค่ะ เพราะคำพูดนั้นไปถึงแค่จิตสำนึก แต่วงจรความกลัวที่กำลังทำงานอยู่นั้นอยู่ในระดับที่ลึกกว่านั้น

โฟเบียมาจากไหน?

โฟเบียส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยไม่มีเหตุผลค่ะ มันมักมาจากประสบการณ์ที่สมองบันทึกไว้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต แล้วสร้างเป็นวิธีตอบสนองที่กลายเป็นอัตโนมัติตั้งแต่นั้นมา

บางคนเคยมีประสบการณ์ที่น่ากลัวโดยตรง เช่น เคยถูกสุนัขกัดตอนเด็ก แล้วสมองก็เรียนรู้ว่า “สุนัข = อันตราย” และรักษาวิธีตอบสนองนั้นไว้ บางคนเรียนรู้ผ่านการสังเกตคนในครอบครัวที่กลัวสิ่งเดียวกัน และบางคนก็ไม่แน่ใจว่ามันเริ่มต้นจากตอนไหนกันแน่

แต่ไม่ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือสมองยังคงรันพิมพ์เขียวของความกลัวนั้นซ้ำๆ ทุกครั้งที่เจอสิ่งกระตุ้น โดยไม่ได้ถามว่าสถานการณ์ตอนนี้ยังน่ากลัวอยู่จริงๆ ไหมค่ะ

การสะกดจิตบำบัดทำงานกับโฟเบียอย่างไร?

เนื่องจากโฟเบียเกี่ยวข้องกับวงจรการตอบสนองอัตโนมัติ การรักษาจึงไม่ได้อาศัยเพียงความเข้าใจในระดับความคิด แต่ต้องช่วยให้สมองได้เรียนรู้การตอบสนองแบบใหม่ผ่านประสบการณ์ด้วยค่ะ

การสะกดจิตบำบัดทำงานกับโฟเบียด้วยการช่วยให้สมองเข้าสู่สภาวะที่เอื้อต่อการเรียนรู้รูปแบบใหม่ จากนั้นนักบำบัดจะทำงานกับวงจรความกลัวนั้นโดยตรง เช่น ช่วยให้สมองได้ “สัมผัส” สิ่งที่กลัวในระดับจิตใจอย่างปลอดภัยและค่อยเป็นค่อยไป จนกระทั่งกลไกอัตโนมัติที่เคยส่งสัญญาณเตือนภัยเริ่มปรับเปลี่ยนการตอบสนองไปค่ะ

กระบวนการนี้ไม่ได้ลบความทรงจำเดิมออก แต่ช่วยให้สมองสร้างวิธีตอบสนองใหม่ต่อสิ่งกระตุ้นเดิม เหมือนการเปิดเส้นทางใหม่ในสมอง แทนที่จะวิ่งบนรางเดิมซ้ำๆ โดยอัตโนมัติค่ะ

หลักฐานบอกว่าอะไร?

หลักฐานในปัจจุบันสนับสนุนการใช้การสะกดจิตบำบัดเป็นเครื่องมือเสริม โดยเฉพาะในภาวะที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวลและความกลัวบางประเภท ทั้งนี้ระดับของหลักฐานยังแตกต่างกันไปตามชนิดของโฟเบียค่ะ โดย Meta-analysis ปี 2021 ที่ตีพิมพ์ใน International Journal of Clinical and Experimental Hypnosis พบว่าการใช้การสะกดจิตเป็นเครื่องมือเสริมกับ CBT ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้ CBT เพียงอย่างเดียวในหลายกรณี โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวลและความกลัวการแสดงออกค่ะ

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในด้านนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและประเภทของโฟเบียค่ะ การสะกดจิตบำบัดจึงทำงานได้ดีที่สุดเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดูแลที่ครอบคลุม ไม่ใช่การรักษาเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

โฟเบียบางประเภทตอบสนองต่อการสะกดจิตบำบัดได้ดีมากค่ะ โดยเฉพาะโฟเบียที่มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่ชัดเจนหรือเกี่ยวข้องกับการตอบสนองทางอารมณ์ที่รุนแรง อย่างไรก็ตามสำหรับโฟเบียที่ซับซ้อนหรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย นักบำบัดที่ดีจะประเมินก่อนเสมอว่าการสะกดจิตเหมาะสมในกรณีนั้นไหม และจะนำมาใช้ร่วมกับแนวทางอื่นอย่างไรค่ะ

สิ่งที่ NBRH ให้ความสำคัญในกระบวนการ Neuro-Behavioral Repatterning & Hypnotherapy สำหรับโฟเบียคือการทำความเข้าใจว่าวงจรความกลัวนั้นก่อตัวขึ้นอย่างไร และทำงานกับมันในแบบที่เคารพต่อกลไกการปกป้องตัวเองของสมองค่ะ ไม่ใช่การบังคับให้กลัวน้อยลง แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้สมองได้เรียนรู้ว่ามันปลอดภัยพอที่จะตอบสนองต่างออกไปได้แล้ว

เพราะโฟเบียไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นสิ่งที่สมองเรียนรู้มาแล้วรันซ้ำๆ และสิ่งที่สมองเรียนรู้มา ก็สามารถเรียนรู้ใหม่ได้ค่ะ

หากอยากเข้าใจว่าวงจรการตอบสนองเหล่านี้ก่อตัวขึ้นในจิตใต้สำนึกได้อย่างไร สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ การสะกดจิตคือการเรียนรู้ของจิตใต้สำนึก และถ้าอยากรู้ว่าความต้านทาน (Resistance) ที่เกิดขึ้นระหว่างการบำบัดโฟเบียนั้นเป็นเรื่องปกติและทำงานกับมันได้อย่างไร บทความ ไม่มีจิตอ่อนหรือจิตแข็ง มีแต่สมองที่พร้อมเรียนรู้ต่างกัน จะตอบคำถามนั้นได้ค่ะ

← กลับไปหมวดความวิตกกังวล & บาดแผลทางใจ
พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

เริ่มต้นด้วยการพูดคุย

หากความกลัวที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีเหตุผลกำลังจำกัดชีวิตของคุณ เราพร้อมรับฟังและตอบทุกข้อสงสัยก่อนเริ่มเสมอ