วัยหมดประจำเดือน (Menopause): เมื่อร่างกายกำลังปรับจูนครั้งใหญ่ ไม่ใช่กำลังพังลง
กลางที่ประชุมบ่ายวันหนึ่ง แหม่มรู้สึกได้ว่ามันกำลังมาอีกแล้ว
อาการร้อนวูบจากอกไล่ขึ้นมาที่ใบหน้า เหงื่อผุดที่หน้าผากและต้นคอทั้งที่ห้องเปิดแอร์เย็นฉ่ำ หัวใจเต้นเร็วขึ้น เธอพยายามโฟกัสกับสไลด์ตรงหน้า แต่หัวสมองกลับว่างเปล่า
เช้านั้นเธอเพิ่งเผลอหงุดหงิดใส่ลูกเรื่องเล็กน้อยจนตัวเองก็ตกใจ และเมื่อคืนก็เป็นอีกคืนที่ตื่นมาตอนตีสามเหงื่อชุ่มชุดนอน นอนต่อก็ไม่ได้
“เราเป็นอะไรของเรา” แหม่มถามตัวเองเงียบๆ วัยสี่สิบปลายๆ ที่ควรจะนิ่งและมั่นคง เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังกลายเป็นคนแปลกหน้าในร่างกายตัวเอง ทันใดนั้นก็มีเสียงกระซิบเบา ๆ ขึ้นมาในหัวของเธอว่า “หรือว่าเราจะเข้าวัยทอง?”
วัยหมดประจำเดือนคืออะไร และเกิดอะไรขึ้นในร่างกาย
โดยทั่วไป วัยหมดประจำเดือนคือช่วงเปลี่ยนผ่านตามธรรมชาติ เมื่อรังไข่ค่อยๆ ผลิตฮอร์โมนโดยเฉพาะเอสโตรเจนลดลง จนในที่สุดประจำเดือนก็หยุดไป โดยวัยทองจะถูกนับอย่างเป็นทางการเมื่อขาดประจำเดือนติดต่อกันครบสิบสองเดือน โดยทั่วไปแล้วมักเกิดในช่วงอายุเฉลี่ยอยู่ราวๆ ห้าสิบต้นๆ แต่ก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน
ช่วงที่หลายคนรู้สึกถึงอาการมากที่สุด มักเป็นช่วงก่อนหน้านั้นที่เรียกว่าวัยใกล้หมดประจำเดือน (Perimenopause) ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนขึ้นๆ ลงๆ ไม่คงที่ ซึ่งอาจกินเวลาหลายปี โดยความผันผวนของฮอร์โมนนี้เองที่ส่งผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกายในวงกว้างกว่าที่หลายคนคิด
ทำไมถึงร้อนวูบวาบ ทั้งที่อากาศไม่ได้ร้อน
อาการร้อนวูบวาบ (Hot Flashes) เป็นอาการที่รู้จักกันดีที่สุด ลองนึกถึงเทอร์โมสตัทหรือตัวควบคุมอุณหภูมิในบ้านนะคะ มันถูกตั้งค่าไว้ให้ทนช่วงอุณหภูมิหนึ่งได้โดยไม่ต้องสั่งเปิดแอร์ แต่ในช่วงวัยหมดประจำเดือน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้ตัวควบคุมอุณหภูมิในสมองไวขึ้น ช่วงอุณหภูมิที่เคยทนได้กลับแคบลง ผลคือแค่อุณหภูมิร่างกายขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย สมองก็รีบสั่งให้ร่างกาย “ระบายความร้อน” ทันที ด้วยการขยายหลอดเลือดและขับเหงื่อ กลายเป็นอาการร้อนวูบวาบและเหงื่อแตกชุ่ม
พูดง่ายๆ คือร่างกายแค่กำลังตอบสนองตามตัวควบคุมที่ถูกปรับความไวใหม่ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของชีวิตนี้ และในหลายคน ความไวนี้อาจค่อยๆ ปรับเข้าที่เมื่อร่างกายผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านไปได้ระยะหนึ่ง
ไม่ใช่แค่เรื่องร้อนวูบวาบ และไม่ใช่แค่เรื่องในหัว
นอกจากอาการร้อนวูบวาบและเหงื่อออกกลางคืนแล้ว การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนยังสัมพันธ์กับอาการอื่นอีกหลายอย่าง ทั้งการนอนที่ไม่สนิท อารมณ์ที่แปรปรวนหรือหงุดหงิดง่าย ความรู้สึกวิตกกังวลหรือหม่นลง และอาการที่หลายคนเรียกว่าสมองล้าหรือคิดคำพูดไม่ออก
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ผู้หญิง “คิดไปเอง” หรือ “เรียกร้องความสนใจ” นะคะ ในเรื่องความจำและสมาธิ งานวิจัยส่วนใหญ่ชี้ว่าอาการมักเป็นชั่วคราวและจะดีขึ้นเมื่อผ่านช่วงเปลี่ยนผ่าน ส่วนในเรื่องอารมณ์ ช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน “มีความสัมพันธ์กับ” ความเสี่ยงต่ออารมณ์หม่นที่เพิ่มขึ้นในบางคน ดังนั้นหากรู้สึกหม่นหมองหรือวิตกกังวลรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิต การพูดคุยกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่ควรทำ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนไปเงียบๆ ค่ะ
ข่าวดีคือวัยหมดประจำเดือนมีแนวทางดูแลที่ได้ผลค่ะ ในทางการแพทย์มีทั้งการรักษาด้วยฮอร์โมนและทางเลือกที่ไม่ใช่ฮอร์โมน ซึ่งความเหมาะสมและความเสี่ยงต่อประโยชน์เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ขึ้นอยู่กับสุขภาพและประวัติของแต่ละคน การปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะกับตัวเองจึงเป็นเสาหลักที่ไม่มีอะไรมาแทนได้ นอกจากนี้ วัยหมดประจำเดือนยังเป็นช่วงที่ควรใส่ใจสุขภาพระยะยาวอย่างกระดูกและหัวใจ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่การดูแลกับแพทย์อย่างต่อเนื่องสำคัญ
ในส่วนนี้ แนวทางดูแลกายใจเข้ามาทำงานควบคู่ ไม่ใช่แทนที่การดูแลทางการแพทย์ และน่าสนใจว่าเรื่องนี้เป็นพื้นที่ที่แนวทางกายใจมีหลักฐานรองรับพอสมควรทีเดียว
การสะกดจิตบำบัดกับวัยหมดประจำเดือน
Hypnotherapy หรือการสะกดจิตบำบัด เป็นหนึ่งในแนวทางที่มีงานวิจัยสนับสนุนในเรื่องนี้มากกว่าที่หลายคนคาดค่ะ มีการศึกษาเชิงทดลองหลายชิ้นที่พบว่า การสะกดจิตทางคลินิกมีแนวโน้มช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการร้อนวูบวาบได้ จนถูกกล่าวถึงในแนวทางดูแลบางฉบับว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ไม่ใช่ฮอร์โมนสำหรับการจัดการอาการนี้ เช่นเดียวกับการบำบัดความคิดและพฤติกรรมที่มีหลักฐานในทิศทางเดียวกัน
หลักการทำงานสอดคล้องกับกลไกที่เราคุยกันพอดี ถ้าอาการร้อนวูบเกี่ยวข้องกับตัวควบคุมอุณหภูมิที่ไวขึ้นและการตื่นตัวของระบบประสาท การพาร่างกายเข้าสู่สภาวะสงบระดับลึกและการฝึกจินตภาพ เช่น การนึกถึงความรู้สึกเย็นสบาย ก็อาจช่วยปรับการตอบสนองส่วนนี้ได้ นอกจากนั้นยังช่วยในมิติของการนอนและการผ่อนคลายความตึงเครียดที่มักพันอยู่กับช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ด้วย
แม้หลักฐานในเรื่องนี้จะดูมีทิศทางบวกชัดกว่าหลายหัวข้อ แต่ก็ยังควรมองว่าเป็นแนวทางเสริมที่ทำงานเคียงข้างการดูแลของแพทย์ โดยเฉพาะเมื่ออาการรุนแรงหรือมีเรื่องสุขภาพระยะยาวที่ต้องดูแลควบคู่กันค่ะ
ที่ NBRH เราเชื่อในหลักการ Neuro-Behavioral Repatterning & Hypnotherapy การปรับเปลี่ยนรูปแบบการตอบสนองของระบบประสาทและพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ เพราะการผ่านวัยหมดประจำเดือนอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้เกิดจากการฝืนทนให้ผ่านไปวันๆ แต่เกิดจากการดูแลร่างกายอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการค่อยๆ สอนให้ระบบประสาทและใจปรับตัวไปกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างนุ่มนวลขึ้น และนั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนค่ะ
ถ้าอยากเข้าใจว่าความวิตกกังวลและการนอนที่ไม่สนิทส่งผลต่อร่างกายอย่างไร ลองอ่านต่อได้ที่บทความ ทำไมสมองถึงคิดว่าทุกอย่างเป็นภัย — Anxiety และวิธีที่การสะกดจิตช่วยลดความวิตกกังวล หรือถ้าคุณเป็นคนที่มักตัดสินตัวเองแรงในวันที่ร่างกายไม่เป็นใจ บทความเรื่อง Self-compassion ความเมตตาต่อตัวเองที่ไม่ใช่การเอาแต่ใจ อาจช่วยประคองใจในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ได้ค่ะ
เริ่มต้นด้วยการพูดคุย
หากช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าในร่างกายตัวเอง เราพร้อมรับฟังและตอบทุกข้อสงสัยก่อนเริ่มเสมอ