Health & Mind-Body · สุขภาพกายและใจ

นอนกัดฟัน (Bruxism): เมื่อกลางวันเรากลั้นไว้ กลางคืนกรามเลยไม่ยอมปล่อย

โอ๊ตเป็นคนที่ใครๆ ก็ชม ว่า “ใจเย็น” และ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนเขาก็ “เอาอยู่” เสมอ

ที่ทำงานเขาคือคนที่รับมือทุกวิกฤตด้วยความสงบ ไม่เคยขึ้นเสียงใส่ใคร ไม่เคยให้ใครเห็นว่าเครียด งานหนักแค่ไหนเขาก็แค่ยิ้มรับแล้วจัดการไป แต่เช้าวันหนึ่ง แฟนของเขาเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ว่า “เมื่อคืนเธอกัดฟันดังมากเลยนะ ฟันบดกันเสียงเอี๊ยดๆ ทั้งคืน”

โอ๊ตนึกขึ้นได้ว่าช่วงหลังเขามักตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกกรามตึงๆ อยู่บ่อยๆ แถมเช้าบางวันยังมีอาการปวดหัวตุบๆ ที่ขมับร่วมด้วย และครั้งล่าสุดที่ไปหาหมอฟัน หมอทักว่าฟันกรามของเขาเริ่มสึกผิดปกติ หมอเลยคิดว่าเขาน่าจะกัดฟันตอนนอน และอาจจะมาจากความเครียด

ทั้งที่เขารู้สึกว่าตัวเอง “ไม่ได้เครียดอะไรเลย”

นอนกัดฟันคืออะไรกันแน่

นอนกัดฟันคือการที่กล้ามเนื้อกรามทำงานซ้ำๆ ในตอนหลับ ทั้งการกัด การบด และการเกร็งค้าง โดยที่เจ้าตัวมักไม่รู้ตัวเลย นอกจากแบบตอนหลับแล้ว บางคนยังมีการกัดหรือเกร็งกรามตอนตื่นในเวลากลางวันด้วย ซึ่งมักเกิดตอนมีสมาธิจดจ่อหรือตอนเครียด

ความเข้าใจในปัจจุบันมองว่า การนอนกัดฟันขณะหลับเกี่ยวข้องกับการตื่นตัวเล็กๆ ของสมองระหว่างหลับ (Micro-arousals) และการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง มากกว่าจะอธิบายได้ด้วยเรื่องฟันหรือการสบฟันเพียงอย่างเดียวเหมือนที่เคยเชื่อกันในอดีต พูดง่ายๆ คือมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานของสมองและระบบประสาทมากกว่าจะเป็นแค่ปัญหาในช่องปากค่ะ และเป็นภาวะที่พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด

เมื่อกลางวันเรากำมือไว้แน่น กลางคืนกรามเลยไม่ยอมคลาย

ตรงนี้เองที่เรื่องของความเครียดและบุคลิกเข้ามาเกี่ยวข้องค่ะ

ลองนึกภาพคนที่ต้องถือกระเป๋าหนักๆ ทั้งวันนะคะ พอวางลง มือก็ยังคงงอค้างคล้ายกำลังกำอะไรสักอย่างต่อไปอีกสักพัก เพราะกล้ามเนื้อชินกับการเกร็งจนลืมวิธีคลาย กรามในตอนกลางคืนของหลายคนก็คล้ายกันค่ะ กลางวันที่เรากลั้นอารมณ์ไว้ ยิ้มรับทุกอย่าง ประคองตัวเองให้ดูเอาอยู่ ความตึงเครียดเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน มันแค่ไม่มีที่ไป และสำหรับบางคน ความเครียดเหล่านั้นมันไปแสดงออกที่กรามตอนกำลังหลับ เพราะการควบคุมตนเองด้วยระดับสติมันหายไป

จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ที่มีภาวะนอนกัดฟัน เรามักสังเกตเห็นรูปแบบบางอย่างร่วมกัน คนจำนวนไม่น้อยเป็นคนที่เครียดสะสมง่าย ปล่อยวางยาก มีความกังวลในตัว และมักเป็นคนที่ “ดูไม่เครียด” จากภายนอกเสียด้วยซ้ำ เพราะพวกเก่งในการซ่อนความรู้สึกเหล่านั้นไว้ข้างใน นี่เป็นข้อสังเกตเชิงคลินิกที่สอดคล้องกับสิ่งที่พบในห้องบำบัดนะคะ นอกจากนี้ในภาพของความเครียดและความวิตกกังวล มีการศึกษาจำนวนหนึ่งที่พบว่า “มีความสัมพันธ์กับ” การนอนกัดฟัน โดยเฉพาะการกัดฟันตอนตื่นด้วยค่ะ

แต่ความเครียดไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด

จุดที่อยากให้ระวังคือ การบอกว่านอนกัดฟันเป็น “เรื่องความเครียดล้วนๆ” นั้นไม่ครบถ้วนค่ะ เพราะภาวะนี้เป็นเรื่องที่มีหลายปัจจัยประกอบกัน

นอกจากความเครียดและการตื่นตัวระหว่างหลับแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่งานวิจัยพบว่าเกี่ยวข้อง โดยในบางราย คาเฟอีน แอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ยาบางชนิด รวมถึงแนวโน้มทางพันธุกรรม อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นบางคนที่กัดฟันอาจไม่ได้เครียดเป็นพิเศษ แต่มีปัจจัยอื่นเป็นตัวเล่นหลัก การเข้าใจแบบนี้ช่วยให้เราไม่ด่วนสรุปว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัว “อ่อนแอ” หรือ “จัดการชีวิตไม่ได้” เพียงเพราะกัดฟัน และช่วยให้มองหาทางดูแลได้ตรงจุดกว่า

ปกป้องฟันก่อน แล้วค่อยดูแลที่ต้นทาง

เรื่องเร่งด่วนที่สุดของการนอนกัดฟันคือการปกป้องฟันไม่ให้เสียหายเพิ่มค่ะ เพราะแรงบดกัดตอนหลับนั้นมากพอจะทำให้ฟันสึก แตก หรือทำให้เกิดปัญหาข้อต่อขากรรไกรและอาการปวดหัวได้ ด้วยเหตุนี้ การพบทันตแพทย์จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ เครื่องมืออย่างเฝือกสบฟัน (Occlusal Splint) หรือที่หลายคนเรียกว่ายางกันกัด ช่วยปกป้องผิวฟันจากการเสียดสี

แต่มีจุดที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันนะคะ เฝือกสบฟันทำหน้าที่ “ปกป้องฟัน” เป็นหลัก ไม่ได้แปลว่าทำให้พฤติกรรมการกัดหายไป เปรียบเหมือนการใส่หมวกกันน็อค ที่ช่วยลดความเสียหายเมื่อเกิดเหตุ แต่ไม่ได้แก้ที่สาเหตุของการล้ม ดังนั้นการดูแลที่ครบถ้วนจึงมักต้องมองไปถึงต้นทางด้วย ทั้งการปรับปัจจัยกระตุ้นอย่างคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ การดูแลการนอน และการจัดการความเครียด

การสะกดจิตบำบัดเข้ามาช่วยตรงไหน

ในเมื่อความตึงเครียดที่สะสมและปล่อยวางยากเป็นหนึ่งในปัจจัยที่พบได้บ่อย การทำงานกับต้นทางส่วนนี้จึงเป็นพื้นที่ที่ Hypnotherapy หรือการสะกดจิตบำบัดเข้ามามีบทบาทได้ค่ะ

แทนที่จะมองแค่อาการที่กราม แนวทางนี้มุ่งไปที่รูปแบบการตอบสนองที่อยู่เบื้องหลัง เช่น พิมพ์เขียวของการเก็บกดความรู้สึกทุกอย่างไว้ข้างใน การเป็นคนที่ปล่อยวางยาก หรือระบบประสาทที่ตื่นตัวสูงเรื้อรัง ผ่านการพาร่างกายเข้าสู่สภาวะผ่อนคลายลึกและการฝึกจินตภาพ (Visualization) เพื่อค่อยๆ สอนให้ระบบข้างในรู้จักการวางและคลายตัว ไม่ใช่แค่ในห้องบำบัด แต่ติดตัวไปในการใช้ชีวิตประจำวัน

ที่ NBRH เราเชื่อในหลักการ Neuro-Behavioral Repatterning & Hypnotherapy การปรับเปลี่ยนรูปแบบการตอบสนองของระบบประสาทและพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ เพราะการดูแลอาการนอนกัดฟันอย่างยั่งยืน มักไม่ได้จบที่กราม แต่รวมถึงการค่อยๆ สอนให้ทั้งกายและใจรู้จักการปล่อยวางที่มันอาจลืมไปนานแล้ว และนั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนค่ะ

ถ้าอยากเข้าใจว่าความวิตกกังวลและความตึงเครียดส่งสัญญาณลงมาที่ร่างกายผ่านช่องทางใดบ้าง ลองอ่านต่อได้ที่บทความ ทำไมสมองถึงคิดว่าทุกอย่างเป็นภัย — Anxiety และวิธีที่การสะกดจิตช่วยลดความวิตกกังวล หรือถ้าคุณเป็นคนที่กดดันตัวเองให้ต้องเอาอยู่ตลอดเวลา บทความเรื่อง Self-compassion ความเมตตาต่อตัวเองที่ไม่ใช่การเอาแต่ใจ อาจช่วยให้ใจได้พักบ้างค่ะ

← กลับไปหมวดสุขภาพกายและใจ
พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

เริ่มต้นด้วยการพูดคุย

หากคุณเป็นคนที่ดูเอาอยู่เสมอ แต่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณบางอย่าง เราพร้อมรับฟังและตอบทุกข้อสงสัยก่อนเริ่มเสมอ