Heartwarming Stories · โลกนี้ยังน่าอยู่นะ

ค่าจ้าง 50 บาท กับทางเดินขึ้นเขา 20 กิโลเมตร... เมื่อรองเท้าคู่เก่าของผู้หญิงสองคน แบกอนาคตของเด็ก ๆ บนยอดเขาแคชเมียร์

เคยคิดไหมคะว่า... ยาหยอดแค่ "สองหยด" ที่ใช้เวลาหยดลงบนลิ้นเด็กน้อยไม่ถึง 3 วินาที กว่ามันจะเดินทางไปถึงหมู่บ้านที่ไกลที่สุดบนยอดเขา ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความทุ่มเทมากขนาดไหน?

เรื่องราวที่จะเล่าในวันนี้ จะพาทุกคนเดินทางไปยังหุบเขาในเขตพัลวามา (Pulwama) ดินแดนแคชเมียร์ ประเทศอินเดียค่ะ เป็นเรื่องราวของฮีโร่หญิงตัวเล็ก ๆ สองคนที่ไม่มีผ้าคลุมไหล่สีแดง ไม่มีพลังวิเศษ มีเพียงรองเท้าพื้นสึก ๆ กับกระติกเก็บความเย็นใบหนักอึ้ง ที่พวกเธอแบกขึ้นเขาไปเพื่อปกป้องชีวิตเด็ก ๆ ในดินแดนที่ถนนและสายไฟฟ้ายังไปไม่ถึง

ตั้งแต่เช้ามืด... ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้าเสียอีก "ชามีมา" (Shameema) วัย 45 ปี กำลังสวมรองเท้าแตะยางคู่เก่าที่สึกหรอ เธอเปิดเช็กกระติกเก็บความเย็นอย่างระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าแผ่นน้ำแข็งข้างในยังรักษาอุณหภูมิไว้ที่ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียสได้อย่างเป๊ะ ๆ ก่อนจะเหวี่ยงสายสะพายขึ้นบ่าแล้วก้าวออกไปในความมืด

เดินตามมาติด ๆ คือ "ทันซีลา" (Tanzeela) หญิงสาววัย 28 ปี ที่เพิ่งก้มลงผูกเชือกรองเท้าผ้าใบคู่เก่งให้แน่นขึ้น ทั้งคู่กำลังมุ่งหน้าออกจากหุบเขาที่อากาศในฤดูร้อนพุ่งสูงถึง 37 องศาเซลเซียส ไต่ระดับขึ้นไปสู่ "นัมบลัน" (Namblan) ทุ่งหญ้าบนยอดเขาสูงที่โอบล้อมด้วยป่าสน

ข้างบนนั้น ไม่มีถนนลาดยางค่ะ... มีเพียงทางเดินดินแคบ ๆ ที่แทบมองไม่เห็นรอยเท้า ลัดเลาะไปตามพื้นป่าสนและโขดหิน ไม่มีเสาไฟฟ้า และไม่มีรถยนต์คันไหนขึ้นไปได้ จุดหมายของพวกเธอคือกระท่อมดินและหินที่เรียกว่า "โดกา" (Dhokas) เกือบ 50 หลัง ของครอบครัวชนเผ่าเร่ร่อนกุจจาร์และบาคาร์วาล (Gujjar and Bakarwal) ที่พาสัตว์เลี้ยงอพยพขึ้นมาอยู่บนที่สูงในช่วงฤดูร้อน

เพื่อที่จะไปให้ถึงเด็ก ๆ ข้างบนนั้น ชามีมาและทันซีลาต้องเดินเท้าไต่เขาขึ้นไปไกลกว่า 12 ไมล์ หรือราว ๆ 20 กิโลเมตร! พร้อมกับแบกกระติกวัคซีนโปลิโอและสมุดทะเบียนเล่มหนาติดตัวไปด้วยตลอดทาง

ทันซีลาเล่าว่า รองเท้าผ้าใบที่เธอใส่อยู่นี้ เป็นคู่เดียวกับที่เธอใส่ทำไร่ทำนาที่บ้านค่ะ แม้พื้นรองเท้าจะบางจนเกือบทะลุแล้ว แต่เธอก็บอกด้วยรอยยิ้มว่ามันยังช่วยยึดเกาะทางหินชัน ๆ ได้ดีกว่ารองเท้าแตะของเพื่อนร่วมงานบางคนเสียอีก (แถมมีเพื่อนอาสาสมัครบางคน ถึงขั้นต้องถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าในบางช่วงของเส้นทางเลยนะคะ)

แล้วรู้ไหมคะว่า การเดินเท้าขึ้นเขา 20 กิโลเมตรท่ามกลางแดดร้อนจัดแบบนี้ พวกเธอได้รับค่าตอบแทนเท่าไหร่?

รัฐบาลท้องถิ่นจ่ายค่าตอบแทนให้พวกเธอเพียงวันละ 125 รูปี... หรือคิดเป็นเงินไทยก็แค่ราว ๆ 50 บาทเท่านั้นเองค่ะ!

แต่ทำไมผู้หญิงเหล่านี้ถึงยอมแลกความเหนื่อยยาก กับเงินค่าตอบแทนเพียงน้อยนิดขนาดนี้ล่ะ? คำตอบของพวกเธอทำเอาคนฟังน้ำตาซึมเลยค่ะ...

ชามีมา ซึ่งทำหน้าที่หยอดวัคซีนให้เด็ก ๆ มาแล้วกว่า 10 ปี (ช่วยเด็กไปแล้วมากกว่า 3,000 คน!) เล่าให้ฟังระหว่างแวะพักเหนื่อยริมลำธารว่า ทุกครั้งที่ก้าวขาขึ้นเขา ภาพความทรงจำหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัวของเธอเสมอ

มันเป็นภาพของเด็กชายคนหนึ่งในหมู่บ้านของเธอเมื่อหลายสิบปีก่อน สมัยที่อินเดียยังกวาดล้างโรคโปลิโอไม่สำเร็จ น้องติดเชื้อโปลิโอจนขาลีบและเดินกะเผลก...

"ฉันเคยเห็นเด็กคนนั้นต้องพยายามเดินไปโรงเรียนอย่างยากลำบากค่ะ" ชามีมาเล่าด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น "แม่ของเขาต้องคอยแบกเขาไว้บนหลังทุกวัน จนกระทั่งเขาโตและตัวหนักเกินกว่าที่แม่จะแบกไหว... ผู้คนบนภูเขาเหล่านี้ก็ต้องการการปกป้องเหมือนกันค่ะ เด็ก ๆ ที่นี่สมควรจะมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ต่างจากเด็ก ๆ ที่อยู่ในเมืองใหญ่"

ส่วนทันซีลา ที่เพิ่งเข้ามาทำงานนี้ได้ 3 ปี และหยอดวัคซีนให้เด็ก ๆ ไปแล้วราว 800 คนบอกว่า

"ค่าตอบแทนมันน้อยนิด และทางเดินก็สูงชันค่ะ... แต่เวลาที่ฉันปีนเขา ฉันจะนึกถึงหลานชายของตัวเองเสมอ วัคซีนสองหยดนี้ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที แต่มันเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่งไปได้ตลอดกาลเลยนะ"

ประเทศอินเดียได้รับการรับรองว่าปลอดจากโรคโปลิโอมาตั้งแต่ปี 2014 แล้ว (หลังจากพบผู้ป่วยรายสุดท้ายเมื่อปี 2011) แต่การจะรักษาเกราะป้องกันนี้ไว้ให้ได้ตลอดรอดฝั่ง อินเดียต้องพึ่งพากองทัพบุคลากรด่านหน้าถึง 2.5 ล้านคน! ที่คอยกระจายตัวกันออกไปหยอดวัคซีนให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบจำนวนกว่า 27 ล้านคนทั่วประเทศ

ต่อให้ระบบขนส่งระดับชาติจะยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่สำหรับด่านสุดท้ายบนยอดเขาสูงในแคชเมียร์... ชีวิตของเด็ก ๆ ล้วนฝากไว้กับ "สองขาของผู้หญิง" เหล่านี้ทั้งสิ้นค่ะ

บนยอดเขานั้น กระท่อมแต่ละหลังตั้งอยู่ห่างกันหลายกิโลเมตร คั่นด้วยหุบเหวและลำธารน้ำแข็งละลายที่เชี่ยวกราก บางครอบครัว คุณแม่ลูกอ่อนต้องอุ้มลูกผูกติดไว้กับหลัง แล้วเดินเท้าลงเขานานถึง 2 ชั่วโมง เพื่อมาเจอกับชามีมาและทันซีลาที่ครึ่งทาง

ทุกครั้งที่พวกเธอเดินไปถึงกระท่อมหลังแรกในตอนเช้าหลังจากที่ชาวบ้านสวดมนต์เสร็จ ครอบครัวบนเขาก็จะต้อนรับพวกเธอด้วยชาร้อน ๆ และขนมปังด้วยความซาบซึ้งใจ เพราะผู้เฒ่าผู้แก่บนนั้นยังจำฝังใจได้ดีถึงยุคสมัยที่เด็ก ๆ ในหมู่บ้านข้างเคียงต้องล้มป่วยและพิการจากโรคนี้

กว่าที่ชามีมาและทันซีลาจะเดินไปหยอดวัคซีนให้เด็กน้อยที่กระท่อมหลังสุดท้ายเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ ๆ แล้วค่ะ เด็กน้อยอ้าปากรับวัคซีนสองหยดบนลิ้น รายชื่อสุดท้ายถูกจดลงในสมุดทะเบียน...

ตอนนี้กระติกเก็บความเย็นบนบ่าของพวกเธอเบาลงแล้ว และทั้งคู่ก็ต้องเริ่มเดินเท้ากลับลงมาตามทางลาดชันเส้นเดิมอีก 20 กิโลเมตร ซึ่งกว่าจะถึงบ้าน ท้องฟ้าก็คงมืดสนิทพอดี

บางที... ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ก็ไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขในห้องประชุมหรู ๆ หรอกเนอะ แต่มันซ่อนอยู่ในรอยสึกของรองเท้าผ้าใบคู่เก่า หยาดเหงื่อบนใบหน้า และหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่ยอมเดินข้ามภูเขาทั้งลูก เพียงเพื่อให้เด็กแปลกหน้าตัวน้อย ๆ ได้วิ่งเล่นอย่างมีอนาคตที่สมบูรณ์

เห็นไหมคะว่า... โลกนี้ยังน่าอยู่อยู่นะ

← กลับไปโลกนี้ยังน่าอยู่นะ
โลกนี้ยังน่าอยู่นะ

เติมความอบอุ่นอีกสักนิด

ยังมีเรื่องราวดี ๆ อีกมากมาย ที่รอให้คุณได้ยิ้มตาม