Hypnosis · สะกดจิตบำบัด

Self-Hypnosis คืออะไร — เครื่องมือที่อยู่ในตัวคุณอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่เคยถูกใช้

มีคำถามที่ได้ยินบ่อยมากค่ะ “ต้องมีนักสะกดจิตอยู่ด้วยเสมอไหมถึงจะสะกดจิตได้?”

คำตอบคือ ไม่จำเป็นเลยค่ะ

ความจริงแล้ว ทุกคนมีความสามารถในการเข้าสู่สภาวะสะกดจิตด้วยตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่ส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองทำได้ หรือไม่เคยฝึกใช้มันอย่างมีทิศทางเท่านั้นค่ะ

Self-Hypnosis คืออะไร?

Self-Hypnosis หรือการสะกดจิตตัวเอง คือกระบวนการที่เราพาตัวเองเข้าสู่สภาวะผ่อนคลายระดับลึก ซึ่งเมื่อจิตสำนึกผ่อนคลายลงและจิตใต้สำนึกจะสามารถเปิดรับการเรียนรู้รูปแบบใหม่ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมีนักบำบัดนำกระบวนการให้

ฟังดูเหมือนเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้วเราเข้าใกล้สภาวะนี้อยู่บ่อยกว่าที่คิดค่ะ ตอนที่เผลอใจลอยจนลืมเวลาขณะขับรถบนถนนที่คุ้นเคย ตอนที่จดจ่อกับหนังสือหรือหนังจนลืมโลกรอบตัว หรือตอนที่กำลังจะหลับแต่ยังไม่หลับสนิท สภาวะเหล่านี้ใกล้เคียงกับสภาวะสะกดจิตมากค่ะ ซึ่งสิ่งที่ Self-Hypnosis ทำคือการนำสภาวะธรรมชาตินี้มาใช้อย่างมีเป้าหมาย

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า Self-Hypnosis สามารถช่วยลดความวิตกกังวล ความเครียด และความเจ็บปวดที่รับรู้ได้ในหลายกลุ่มประชากร ตั้งแต่บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย ไปจนถึงคนทั่วไปค่ะ

ตัวอย่างที่ชัดเจนคืองานวิจัยทางคลินิกที่ทำกับพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งต้องเผชิญความเครียดสูงอย่างต่อเนื่อง พบว่าการฝึก Self-Hypnosis ช่วยลดความวิตกกังวลและภาวะหมดไฟได้อย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่น่าสนใจคือบุคลากรเหล่านี้เลือกขอเรียนรู้เทคนิคนี้ด้วยตัวเอง เพื่อให้สามารถจัดการความเครียดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนทางจิตวิทยาตลอดเวลา

นอกจากนี้ การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบในวารสาร Frontiers in Psychology ที่ครอบคลุมงานวิจัยด้านการสะกดจิตในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา พบหลักฐานความเชื่อมั่นสูงว่าการสะกดจิตช่วยลดความเจ็บปวดที่รับรู้ได้เมื่อเทียบกับการดูแลมาตรฐาน และพบผลในระดับปานกลางถึงสูงในการลดความวิตกกังวลค่ะ แม้งานวิจัยส่วนใหญ่จะศึกษาการสะกดจิตที่นำโดยนักบำบัด แต่หลักการพื้นฐานของกลไกที่เกิดขึ้นในสมองนั้นใช้ร่วมกันได้กับ Self-Hypnosis ด้วยเช่นกัน

แล้วฝึกอย่างไร?

หัวใจของ Self-Hypnosis ไม่ใช่เทคนิคใดเทคนิคหนึ่ง แต่คือการพาตัวเองเข้าสู่สภาวะ (State) ที่เรียกว่า Trance ค่ะ สภาวะนี้คือจุดกึ่งกลางระหว่างความตื่นกับการหลับ ที่จิตสำนึกผ่อนคลายลงและการรับรู้แคบเข้ามาจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างลึกซึ้ง

โดยทั่วไป Self-Hypnosis มักประกอบด้วยสามองค์ประกอบ ได้แก่ การผ่อนคลายร่างกาย การจดจ่อกับประสบการณ์ภายใน และการใช้คำชี้นำหรือจินตภาพที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่ต้องการ

การจดจ่อกับประสบการณ์ภายในนี้มักอาศัยจินตภาพ (Visualization) เป็นหลักค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการจินตนาการถึงสถานที่ที่สงบ หรือภาพของตัวเองในแบบที่ต้องการเป็น ส่วนคำชี้นำหรือ Auto-Suggestion ที่เคยพูดถึงไปแล้วนั้นเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ในขั้นตอนสุดท้ายนี้เท่านั้นค่ะ ไม่ใช่ตัว Self-Hypnosis ทั้งหมด

หากสนใจฝึกด้วยตัวเอง เราจะมีบทความแยกเกี่ยวกับวิธีฝึก Self-Hypnosis โดยละเอียดให้นะคะ

Self-Hypnosis ต่างจากการสะกดจิตบำบัดอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ผู้นำกระบวนการค่ะ Self-Hypnosis คือสิ่งที่เราทำด้วยตัวเอง เหมาะสำหรับการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน จัดการความเครียดเล็กๆ น้อยๆ หรือเสริมสร้างความมั่นใจ ในขณะที่การสะกดจิตบำบัดกับนักบำบัดมืออาชีพเหมาะสำหรับปัญหาที่ฝังลึกกว่า เช่น บุคลิกภาพที่เป็นปัญหา โฟเบีย ความวิตกกังวลรุนแรง หรือรูปแบบพฤติกรรมที่ต้องการการทำงานอย่างละเอียดและมีผู้เชี่ยวชาญคอยนำทาง

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งขันกันค่ะ แต่เสริมกันได้ดี โดย Self-Hypnosis เป็นเครื่องมือที่ติดตัวไปได้ทุกที่ ในขณะที่การสะกดจิตบำบัดเป็นพื้นที่ที่ลึกกว่าสำหรับการทำงานกับรูปแบบที่ซับซ้อนกว่าค่ะ

ทุกคนมีความสามารถนี้อยู่แล้วในตัวค่ะ คำถามมีแค่ว่าเราจะเลือกฝึกใช้มันอย่างมีทิศทางหรือปล่อยให้มันทำงานไปเองโดยไม่รู้ตัวเท่านั้น

หากอยากเข้าใจหลักการของ Auto-Suggestion ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่ใช้ร่วมกับ Self-Hypnosis สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ “Auto-Suggestion คืออะไร” และถ้าอยากรู้ว่าจิตใต้สำนึกเรียนรู้และเปลี่ยนรูปแบบได้อย่างไร บทความ “การสะกดจิตคือการเรียนรู้ของจิตใต้สำนึก” จะช่วยให้เห็นภาพได้ชัดขึ้นค่ะ

← กลับไปหมวดสะกดจิตบำบัด
พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

เริ่มต้นด้วยการพูดคุย

หากมีรูปแบบที่ฝังลึกกว่าที่การดูแลตัวเองยังไปไม่ถึง เราพร้อมรับฟังและตอบทุกข้อสงสัยก่อนเริ่มเสมอ