เคยไหม... ตอนแรกไม่ชอบเลย แต่พอเจอบ่อยๆ กลับรู้สึกดีกับมันขึ้นมาเอง?
เคยไหมคะ ตอนแรกไม่ชอบเพลงเพลงหนึ่งเลย แต่พอฟังทุกวันกลับร้องตามได้ และสุดท้ายก็เริ่มชอบมันโดยไม่รู้ตัว
หรือตอนแรกเฉยๆ กับคนคนหนึ่ง แต่พอเจอหน้าทุกวัน กลับรู้สึกคุ้นเคยและไว้ใจเขามากขึ้น ทั้งที่ไม่มีเหตุการณ์พิเศษอะไรเกิดขึ้นเลย
นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญค่ะ มันคือสิ่งที่วิทยาศาสตร์เรียกว่า Mere Exposure Effect
จิตใต้สำนึกไม่ได้ถามว่า “ดีหรือไม่ดี” แต่ถามว่า “คุ้นเคยแค่ไหน”
Mere Exposure Effect คือปรากฏการณ์ที่สมองมีแนวโน้มตอบสนองต่อสิ่งที่คุ้นเคยด้วยความพึงพอใจมากกว่าสิ่งแปลกใหม่ โดยไม่ต้องมีเหตุผลมาประกอบค่ะ
งานวิจัยคลาสสิกชิ้นหนึ่งพิสูจน์สิ่งนี้ได้ตรงมากค่ะ นักวิจัยให้ผู้เข้าร่วมหลายร้อยคนอ่านเอกสารที่มีคำปลอมๆ แทรกอยู่ ซึ่งไม่มีความหมายใดๆ ทั้งสิ้น หลังอ่านจบก็ถามว่าคำไหนน่าจะมีความหมาย “ดี” และคำไหน “ไม่ดี”
ผลที่ได้คือคำที่ปรากฏบ่อยที่สุดถูกมองว่าน่าจะหมายถึงสิ่งดีงาม ส่วนคำที่ปรากฏน้อยถูกมองไปในทางลบ โดยที่ตัวแปรเดียวที่ต่างกันคือ “จำนวนครั้งที่เจอ” เท่านั้นค่ะ
ไม่มีเหตุผล ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม มีแค่ความถี่
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมโฆษณาต้องมาซ้ำๆ ถี่ๆ และทำไมสำนวนไทยโบราณที่ว่า “น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน” จึงไม่ใช่แค่คำพูดสวยงาม แต่คือสิ่งที่งานวิจัยพิสูจน์แล้วค่ะ
และหลักการเดียวกันนี้ก็ใช้กับสิ่งที่เราพูดกับตัวเองทุกวันด้วย
ลองนึกถึงเด็กสองคนค่ะ คนหนึ่งถูกบอกทุกวันว่า “หนูเก่ง” อีกคนถูกบอกทุกวันว่า “หนูแย่มาก” สมองของทั้งสองคนไม่ได้ตัดสินว่าประโยคไหนจริงหรือเท็จ มันแค่รับรู้ว่าประโยคใดคุ้นเคยกว่า แล้วก็สร้างวิธีตอบสนองต่อโลกขึ้นมาจากความคุ้นเคยนั้นค่ะ
หลักการเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับประโยคที่เราพูดกับตัวเองทุกวันด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น “ฉันทำไม่ได้” “ฉันไม่เก่งพอ” หรือ “ชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้แหละ” ยิ่งสมองได้ยินประโยคเดิมซ้ำๆ มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งคุ้นเคยกับรูปแบบนั้น และมีแนวโน้มที่จะใช้มันเป็นวิธีอธิบายตัวเองโดยอัตโนมัติค่ะ
แล้วเรื่องนี้เกี่ยวกับการสะกดจิตบำบัดอย่างไร?
กลไกเดียวกันนี้แหละค่ะที่อธิบายว่าทำไมการสะกดจิตบำบัดจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ
เมื่อเราต้องการเปลี่ยนวิธีตอบสนองที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก สมองต้องการเวลาในการคุ้นเคยกับรูปแบบใหม่นั้นค่ะ ในหลายบริบท ยิ่งสมองได้พบกับรูปแบบใหม่บ่อยเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเริ่มรับรู้ว่ารูปแบบนั้น “ปลอดภัย” และเริ่มนำมันมาใช้แทนที่รูปแบบเดิมได้เองโดยอัตโนมัติ
กระบวนการ Neuro-Behavioral Repatterning & Hypnotherapy ของ NBRH ทำงานในลักษณะเดียวกันค่ะ ไม่ใช่การบังคับให้สมองเปลี่ยน แต่เป็นการค่อยๆ ให้สมองได้พบกับรูปแบบใหม่ซ้ำๆ จนกระทั่งมันเริ่มรู้สึกคุ้นเคยและรับมันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิธีตอบสนองตามธรรมชาติ เหมือนเพลงที่ฟังซ้ำๆ จนร้องตามได้โดยไม่รู้ตัวค่ะ
จิตใต้สำนึกไม่ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเสมอไป แต่มักเลือกสิ่งที่คุ้นเคยที่สุดค่ะ
และเมื่อเข้าใจหลักการนี้ เราก็สามารถเลือกได้ว่าจะให้สมองคุ้นเคยกับอะไร แทนที่จะปล่อยให้มันเป็นไปเองโดยไม่รู้ตัว
หากอยากเข้าใจว่าจิตใต้สำนึกเก็บรักษาและรันรูปแบบต่างๆ อย่างไร สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ “การสะกดจิตคือการเรียนรู้ของจิตใต้สำนึก” จะช่วยให้เห็นภาพได้ชัดขึ้นค่ะ
เริ่มต้นด้วยการพูดคุย
หากอยากเลือกใหม่ว่าจะให้สมองคุ้นเคยกับรูปแบบใด เราพร้อมรับฟังและตอบทุกข้อสงสัยก่อนเริ่มเสมอ